“รอยยิ้ม” เป็นสิ่งแรกที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้อื่นได้ แต่ถ้าหากเจ้าของรอยยิ้มนั้นไม่มั่นใจในรอยยิ้มของตัวเอง เพราะว่ามีปัญหาฟันต่างๆ ที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ เช่น ฟันเหลือง ฟันบิ่น ฟันหัก ฟันแตก หรือฟันไม่เท่ากัน ก็สามารถแก้ไขได้ด้วย “วีเนียร์” (Dental Veneer) ที่เป็นทางเลือกในการแก้ฟันเสียให้เป็นสวย สามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับรอยยิ้มของตัวเองมากขึ้นได้แบบง่ายๆ ด้วยขั้นตอนในการทำวีเนียร์ที่ไม่ต้องใช้ระยะเวลานาน สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ทันที ไม่ต้องทำการผ่าตัด ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น มีความเป็นธรรมชาติ และการทำวีเนียร์มีราคาที่สมเหตุสมผล จึงทำให้เป็นที่นิยมของเหล่าดารา อินฟลูเอนเซอร์ หรือผู้ที่อยากมีฟันสวยแบบไม่ต้องยุ่งยาก แต่ว่าในการทำวีเนียร์นั้นควรเลือกคลินิกที่มีความปลอดภัย รวมถึงทำการรักษาโดยทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการทำวีเนียร์เท่านั้น อย่างเช่นที่ The Tooth Club ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำวีเนียร์ มาพร้อมกับเทคนิคเฉพาะที่สามารถออกแบบฟันให้เข้ากับปาก และโครงหน้า ช่วยให้ทุกคนได้มั่นใจในรอยยิ้มของตัวเองมากขึ้น และสามารถใช้งานได้เหมือนฟันธรรมชาติ เพราะว่าการทำวีเนียร์นั้นไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของสุขภาพฟันด้วย
“วีเนียร์”คือ ทันตกรรมหัตถการที่ใช้ในการแก้ไขรูปทรง ขนาด และสีสันของฟันที่มีปัญหา เช่น ฟันเหลือง ฟันไม่เท่ากัน ฟันแตก ฟันบิ่น ฟันห่าง หรือปัญหาฟันต่างๆ ที่ส่งผลต่อความสวยงาม การเรียงตัว หรือการใช้งานของฟัน โดยวีเนียร์นั้นจะทำมาจากคอมโพสิท (Composite) หรือเซรามิก (Ceramic) ที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปทรง ขนาด และสีสันให้มีความคล้ายคลึงกับฟันธรรมชาติ เพื่อทำการติดบริเวณด้านหน้าของฟันให้แนบสนิทกับผิวฟันได้อย่างพอดี และได้ผลลัพธ์ที่มีความสวยงาม เหมาะสมกับรูปปาก และโครงสร้างหน้าของผู้เข้ารับการรักษา รวมถึงสามารถช่วยป้องกันการทำลายผิวฟัน และลดความเสียของฟันที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ด้วย
โดยการทำวีเนียร์นั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากการครอบฟันที่เป็นการรักษาฟันด้วยการครอบฟันที่ได้รับความเสียหายทั้งซี่ เช่น ฟันผุ ฟันแตก ฟันหัก หรือฟันบิ่น เพื่อป้องกันเนื้อฟันที่คงเหลือ และช่วยให้ฟันสามารถกลับมาแข็งแรง และใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งการรักษาด้วยการครอบฟันนั้นสามารถแก้ไขปัญหาฟันได้ทุกซี่ ทุกตำแหน่ง แต่อาจจะต้องกรอเนื้อฟันออกในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ และถึงแม้ว่าจะสามารถช่วยปรับฟันให้ดูสวยงาม และเรียงตัวได้เหมือนกันกับการทำวีเนียร์ แต่จะนิยมใช้กับผู้ที่มีโครงสร้างฟันอ่อนแอมากกว่า เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับฟัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหาร แต่ว่าในปัจจุบันนั้นก็มีทางเลือกในการสร้างรอยยิ้มใหม่ด้วยการทำวีเนียร์ ที่มีความคล้ายกับการครอบฟัน แต่จะเป็นการแก้ไขปัญหาฟันด้วยการตกแต่ง และเคลือบผิวฟันในเฉพาะตำแหน่งที่มีปัญหา ด้วยการใช้วัสดุที่มีความคล้ายกับฟันธรรมชาติ สามารถแก้ไขปัญหาฟันได้หลากหลาย เช่น สีฟัน รูปทรงฟัน หรือขนาดฟัน โดยส่วนใหญ่จะนิยมทำที่บริเวณฟันด้านหน้า และทำการกรอเนื้อฟันออกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ฟันกลับมาเรียงตัวสวย และขาวสะอาดได้ แบบไม่ต้องทำการครอบฟันทั้งซี่
ดังนั้น การทำวีเนียร์จึงเป็นวิธีการแก้ปัญหาฟันต่างๆ ทั้งในเรื่องสีของฟัน รูปทรงของฟัน การเรียงตัวของฟัน และฟันที่ได้รับความเสียหาย ที่ช่วยให้ได้รอยยิ้มที่สวยงาม และมีความเป็นธรรมชาติ โดยอายุการใช้งานของวีเนียร์นั้นก็จะขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ในการผลิต ถ้าหากเป็นวีเนียร์คอมโพสิตก็จะมีอายุการใช้งานนานถึง 10-15 ปี แต่ถ้าหากเป็นวีเนียร์เซรามิกก็จะมีอายุการใช้งานนานถึง 5-7 ปี ซึ่งผู้เข้ารับการรักษาควรทำการดูแลรักษาวีเนียร์ตามที่ทันตแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานของวีเนียร์ และช่วยรักษารอยยิ้มที่สวยงามไว้ได้อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้น
การทำวีเนียร์ เป็นวิธีที่สามารถเปลี่ยนสภาพฟันเดิมที่มีปัญหาให้กลับมาสวย ขาว สะอาด และดูสุขภาพดีได้ แถมยังสามารถแก้ไขปัญหาฟันได้หลากหลายแบบ ดังนั้น ผู้ที่สนใจอยากจะทำวีเนียร์ และอยากรู้ว่าการทำวีเนียร์ดีไหม หรือเหมาะกับตัวเองหรือไม่ ก็สามารถเช็กดูได้เลยว่า การทำวีเนียร์นั้นเหมาะกับใครบ้าง ดังนี้
ผู้ที่มีปัญหาเรื่องสีสันของฟัน เช่น ฟันเหลือง ฟันดำ ฟันคล้ำ สีฟันไม่สม่ำเสมอ ฟันตกกระ ฟันมีสีขาวด่าง ผิวฟันไม่เรียบ หรือเคยทำการรักษาฟันแล้วสีฟันไม่เหมือนกับฟันซี่อื่นๆ ก็สามารถแก้ไขด้วยการทำวีเนียร์ได้ เพราะว่าการทำวีเนียร์นั้นจะเป็นการติดวัสดุในบริเวณด้านหน้าของฟันที่คล้ายกับการเคลือบฟัน ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องสีสันของฟันได้ตามที่ผู้เข้ารับการรักษาต้องการ
ผู้ที่มีปัญหาเรื่องของรูปทรงของฟัน เช่น ฟันแตก ฟันบิ่น ฟันสึก ฟันมีขนาดเล็กเกินไป ขนาดฟันไม่สมส่วน ปลายฟันไม่เท่ากัน หรือรูปร่างฟันไม่สวย ก็เป็นปัญหาที่นิยมแก้ด้วยการทำวีเนียร์ เพราะว่าการทำวีเนียร์นั้นสามารถออกแบบรูปร่างของฟัน หรือขนาดของฟันได้ตามที่ผู้เข้ารับการรักษาต้องการ เพื่อช่วยปรับให้รูปทรงของฟันมีความสมส่วน และสวยงามมากขึ้น รวมถึงยังมีความเหมาะสมกับรูปปาก และรูปหน้ามากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ผู้ที่มีปัญหาฟันห่าง หรือมีช่องว่างระหว่างฟัน ที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในรอยยิ้มของตัว และทำให้มีปัญหาในการรับประทานอาหาร เช่น เคี้ยวอาหารได้ไม่ดี หรือมีเศษอาหารติดตามร่องฟัน และถ้าหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพฟันอื่นๆ ตามมาได้ เช่น ฟันผุ หรือมีกลิ่นปาก เป็นต้น แต่ว่าก็สามารถทำการแก้ไขด้วยการทำวีเนียร์ ที่สามารถออกแบบรูปร่าง ขนาด และสีของฟันให้ช่วยปิดช่องว่างระหว่างฟันให้มีความเป็นธรรมชาติได้
ผู้ที่มีปัญหาฟันบิ่น ฟันแตก ฟันหัก หรือฟันได้รับความเสีย ไม่ว่าจะเป็นในระดับความรุนแรงน้อย หรือมาก ควรทำการรักษา หรือแก้ไขให้เร็วที่สุด เพราะถ้าหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดอาการเสียวฟัน ที่เกิดจากชั้นเคลือบฟัน และเนื้อฟันหายไป และถ้าปล่อยไว้จนชั้นเคลือบฟันหายไปจนหมด อาจส่งผลกระทบให้เกิดอาการต่างๆ ไปยังประสาทฟัน หรือชั้นโพรงประสาทฟันได้ และในบางกรณีอาจร้ายแรงจนถึงขั้นฟันตายโดยที่ฟันไม่ผุได้ ดังนั้น จึงควรเข้ารับการแก้ไขด้วยวิธีการรักษาตามอาการ หรือการทำวีเนียร์ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาฟันแตก หัก บิ่น หรือได้รับความเสียได้ เพราะว่าการทำวีเนียร์นั้นจะปิดผิวฟันทั้งหมด ช่วยป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับฟันจริง และยังสามารถเลือกเฉดสีฟันให้มีความเป็นธรรมชาติได้อีกด้วย
ผู้ที่มีความบกพร่องในการพูดที่เกิดจากความผิดปกติของฟัน เช่น ไม่สามารถออกเสียงพยัญชนะบางตัวได้ หรือลักษณะฟันผิดปกติจนทำให้ไม่สามารถพูดได้ชัดเจน ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำวีเนียร์ เพราะการทำวีเนียร์นั้นสามารถปรับรูปทรง และขนาดของฟันได้ ทำให้ผู้ที่มีความบกพร่องในการออกเสียง หรือการพูดที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของฟันนั้นสามารถพูดได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ฟันเรียงตัวสวยขึ้น และมั่นใจทั้งในการพูด และรอยยิ้มของตัวเองมากยิ่งขึ้นด้วย
การทำวีเนียร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ คอมโพสิท วีเนียร์ และพอร์ซเลน วีเนียร์ ที่มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของวัสดุ อายุการใช้งาน ข้อดี-ข้อเสีย ค่าใช้จ่าย และรายละเอียดอื่น ๆ ดังนี้
คอมโพสิท วีเนียร์ (Composite Veneer) คือ การทำวีเนียร์ที่ใช้วัสดุเรซินคอมโพสิท (Composite Resin) ที่เป็นวัสดุเดียวกันกับที่ใช้ในการอุดฟัน โดยทันตแพทย์จะนำเรซินคอมโพสิทมาขึ้นรูป และทำให้แข็งตัวด้วยแสง พร้อมกับทำการขัด และตกแต่งให้เป็นรูปร่างของฟันของผู้เข้ารับการรักษา เพื่อทำการติดวีเนียร์ในบริเวณฟันที่มีปัญหา ซึ่งจะมีสีคล้ายกับฟันจริง แต่จะไม่มีความเงา และความใส เหมาะกับผู้ที่ต้องการทดลองทำวีเนียร์ มีงบประมาณจำกัด หรือมีเวลาจำกัดในการเข้ารับการทำวีเนียร์ เพราะว่าการทำคอมโพสิตวีเนียร์จะมีโอกาสที่จะเปราะ หรือแตกหักได้ และมีอายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี แต่ว่ามีค่าใช้จ่ายในการทำวีเนียร์ราคาไม่แพง ประมาณ 5,000 บาทต่อซี่ และสามารถทำการรักษาให้เสร็จได้ภายในวันเดียว
พอร์ซเลน วีเนียร์ (Porcelain Veneer) คือ การทำวีเนียร์ที่ใช้วัสดุเซรามิก (Ceramic) ที่มีความแข็งแรง ทนทาน ไม่มีการเปลี่ยนสี สามารถเลือกเฉดสีได้ รวมถึงมีความเงา และความใสคล้ายกับฟันธรรมชาติ โดยการผลิตชิ้นงานที่ใช้ในการทำพอร์ซเลน วีเนียร์นั้นจะผลิตขึ้นที่แล็บทันตกรรมที่มีมาตรฐาน และมีความเชี่ยวชาญเท่านั้น เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากเสียเวลาทำวีเนียร์ใหม่บ่อย ๆ ไม่รีบใช้งาน ต้องการฟันที่มีความเป็นธรรมชาติ หรือผู้ที่มีงบประมาณในการทำวีเนียร์แบบไม่จำกัด เพราะว่าการทำพอร์ซเลน วีเนียร์นั้นมีอายุการใช้งานนาน 10-15 ปี หรือถ้าหากดูแลรักษาเป็นอย่างดีก็สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต มีความขาว เงา และใสเหมือนกับฟันธรรมชาติมากที่สุด ต้องใช้เวลาในการผลิตชิ้นงาน และจะมีค่าใช้จ่ายในการทำวีเนียร์ราคาประมาณ 15,000-50,000 บาทต่อซี่
ก่อนเข้ารับการทำวีเนียร์ ควรทำการศึกษาถึงรายละเอียดต่างๆ ในการทำวีเนียร์ เพื่อที่จะได้นำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจในการทำวีเนียร์ และเตรียมตัวให้พร้อม โดยการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการทำวีเนียร์ที่ควรรู้ไว้ มีดังนี้
การทำวีเนียร์ที่เป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาฟันต่าง ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนสภาพฟันให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น ก็จะต้องมีขั้นตอนในการทำที่ค่อนข้างมีความละเอียด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของการทำวีเนียร์ที่มีความสมบูรณ์ และเหมาะสมกับปัญหาของผู้เข้ารับการรักษามากที่สุด โดยขั้นตอนในการทำวีเนียร์แบบเบื้องต้น มีดังนี้
1. ปรึกษาทันตแพทย์
ขั้นตอนแรกในการทำวีเนียร์นั้นจะต้องทำการปรึกษาทันตแพทย์ ที่จะปรึกษาถึงปัญหาฟันที่มีความกังวล หรือไม่มั่นใจ และบอกถึงความต้องการในการทำวีเนียร์ว่าอยากได้รอยยิ้มแบบไหน เพื่อให้ทันตแพทย์ได้แนะนำทางเลือกในการทำวีเนียร์ว่าควรเลือกใช้วีเนียร์ประเภทไหนถึงจะเหมาะสมกับปัญหาของผู้เข้ารับการรักษามากที่สุด
2. ตรวจสุขภาพช่องปาก
หลังจากทำการปรึกษาทันตแพทย์แล้ว ผู้เข้ารับการรักษาก็จะต้องทำการตรวจสุขภาพช่องปาก เหงือก และฟัน พร้อมกับทำการถ่ายรูปภาพช่องปาก รอยยิ้ม และใบหน้าของผู้เข้ารับการรักษาก่อนทำ รวมถึงทำการเอกซเรย์ฟันด้วย เพื่อให้ทันตแพทย์ทำการวิเคราะห์ และวางแผนในการรักษา ที่จะช่วยให้ออกแบบรอยยิ้มออกมาเหมาะสมกับโครงหน้า และฟัน และเมื่อวางแผนการรักษาเรียบร้อยแล้ว ก็จะทำการพิมพ์ฟัน เพื่อนำไปทำวีเนียร์ชั่วคราว
3. เตรียมผิวฟัน
ขั้นตอนต่อไปนั้นก็จะเป็นการเตรียมผิวฟัน ที่ทันตแพทย์จะทำการกรอผิวฟันออกเล็กน้อย ประมาณ 0.5-1 มิลลิเมตร เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการใส่วีเนียร์ให้ดูพอดี และให้ดูไม่หนาเทอะทะ และเมื่อทำการกรอผิวฟันเรียบร้อยแล้ว ก็จะทำการพิมพ์ฟันอีกครั้ง และเลือกสีฟันร่วมกันกับผู้เข้ารับการรักษา เพื่อทำการส่งผลิตวีเนียร์ตัวจริงประมาณ 2-3 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็จะทำการติดวีเนียร์ชั่วคราว เพื่อป้องกันฟันที่ถูกกรอ และช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษามีความคุ้นชินในการใช้งาน และการติดวีเนียร์มากขึ้น
4. ติดวีเนียร์
เมื่อวีเนียร์ตัวจริงทำการผลิตเรียบร้อยแล้ว ทันตแพทย์ก็จะนัดหมายให้ผู้เข้ารับการรักษาเข้ามาทำการติดวีเนียร์ตัวจริง โดยในขั้นตอนนี้ทันตแพทย์อาจจะมีการปรับแต่งชิ้นงานวีเนียร์ เพื่อให้พอดีกับฟันจริง และสามารถกัดเคี้ยวได้อย่างปกติ แล้วจึงค่อยทำการติดวีเนียร์ลงบนผิวฟันตามขั้นตอนทางทันตกรรม
5. ประเมิน และติดตามผล
หลังจากที่ผู้เข้ารับการรักษาทำการติดวีเนียร์ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทันตแพทย์ก็นัดหมายให้ผู้เข้ารับการรักษามาพบทันตแพทย์อีกครั้ง เพื่อทำการประเมิน และติดตามผลการใช้งาน ตรวจสอบสภาพวีเนียร์ ตรวจสอบสุขภาพเหงือก ฟัน และช่องปาก พร้อมกับทำการถ่ายรูปภาพช่องปาก รอยยิ้ม และใบหน้าของผู้เข้ารับการรักษา เพื่อเปรียบเทียบก่อนทำ และหลังทำวีเนียร์
หลังจากทำวีเนียร์ที่เป็นการแก้ไขความบกพร่องของฟัน เพื่อช่วยปรับรอยยิ้มให้ดูสวยงาม และมีความมั่นใจในรอยยิ้มแล้ว ก็ควรทำการดูแลรักษาวีเนียร์เป็นอย่างดี เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของวีเนียร์ให้นานมากขึ้น โดยวิธีการดูแลรักษาหลังทำวีเนียร์ที่รู้ไว้ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด มีดังนี้